FAQ
    การขอรับเงินบำเหน็จดำรงชีพจะต้องทำอย่างไรและจะจ่ายให้เมื่อไหร่บ้าง
    - คำตอบ
       เงินบำเหน็จดำรงชีพเป็นเงินส่วนหนึ่งของบำเหน็จตกทอดซึ่งเป็นเงินที่ทายาทจะได้รับหลังจากที่ผู้รับบำนาญเสียชีวิต ทั้งนี้ทางรัฐบาลให้สิทธิในการขอรับเงินส่วนหนึ่งก่อน เรียกว่า เงินบำเหน็จดำรงชีพ เป็นเงิน 15 เท่าของเงินบำนาญ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท โดยแบ่งจ่าย เป็น 3 ครั้ง
      ครั้งที่ 1 ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปี ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ 15 เท่าของเงินบ านาญ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท เพราะตามหลักแล้วเรื่องนี้จะถูกดำเนินการพร้อมกับการขอรับเงินบำนาญโดยกรมการเงินกลาโหมจะเป็นผู้เบิกเงินให้หลังจากที่มีการอนุมัติสั่งจ่ายจากกรมบัญชีกลาง
      ครั้งที่ 2 เมื่อมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์จะมีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้อีกครั้งตามสิทธิแต่เมื่อรวมกันสองครั้งแล้วต้องไม่เกิน 400,000 บาท
      ครั้งที่ 3 เมื่อผู้รับบ านาญซึ่งมีอายุตั้งแต่ 70 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 500,000 บาท แต่ถ้าผู้รับบำนาญนั้นได้ใช้สิทธิตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ พ.ศ.2546 และกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551 ไปแล้วให้ขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกินส่วนที่ยังไม่ครบตามสิทธิ ของผู้นั้นแต่รวมกันแล้วไม่เกิน 500,000 บาท  

     
    การขอโอนหน่วยเบิกจ่ายเงินเบี้ยหวัดบำนาญไปส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคต้องทำอย่างไรบ้าง
    - คำตอบ
       หากท่านมีความประสงค์จะขอโอนหน่วยเบิกจ่าย จากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ไปรับเงินทางส่วนกลาง ได้แก่ กรมการเงินทหาร กรมการเงินทหารบก กรมการเงินทหารเรือ และ กรมการเงินทหารอากาศ สามารถกระทำได้โดยต้องมาด าเนินการเขียนคำร้องการขอโอนหน่วย เบิกจ่ายได้ที่กองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ กรมการเงินกลาโหม อาคารบริการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พื้นที่ศรีสมาน และกองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญจะดำเนินการส่งหนังสือ ไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อสั่งโอนเบี้ยหวัดบำนาญไปจ่ายทางส่วนราชการผู้เบิกใหม่ให้

     
    การทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอดจะต้องทำอย่างไรบ้าง
    - คำตอบ
       สำหรับผู้ที่ไม่มีทายาทตามกฎหมายจะต้องทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จ ตกทอดไว้มิฉะนั้นสิทธิในบำเหน็จตกทอดจะเป็นอันยุติไป แต่สำหรับผู้ที่มีทายาทตามกฎหมายอยู่ แล้ว หากประสงค์จะทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอดให้ผู้อื่น ก็สามารถทำได้ แต่หนังสือฉบับนี้จะไม่มีผลใดๆ ในกรณีที่ทายาทตามกฎหมายยังมีชีวิตอยู่ ทายาทตามกฎหมาย จะเป็นผู้มีสิทธิในบำเหน็จตกทอดตามเดิม
    ขั้นตอน การทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด จะต้องทำไว้กับส่วนราชการ ผู้เบิกให้กับบุคคลที่สามซึ่งต้องไม่ใช่ทายาทตามกฎหมาย คือต้องไม่ใช่ บิดา-มารดาคู่สมรส หรือบุตร โดยนำหลักฐานมาด้วยดังนี้ 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับบำนาญ 2. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้าน ของบุคคลที่สามที่ต้องการจะแสดงเจตนา

     
    การเบิกเงินบำเหน็จตกทอด 30 เท่า ต้องทำอย่างไรบ้าง
    - คำตอบ
       เมื่อผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จตกทอด 30 เท่าของเงิน บำนาญรวมเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ขั้นตอนการขอรับเงินบำเหน็จตกทอด ทายาทจะต้องเป็นผู้ดำเนินการติดต่อขอทำเรื่องบำเหน็จตกทอดเป็นเงิน 30 เท่าของบำนาญ ที่ต้นสังกัด ถ้าเป็นนายทหารชั้นนายพล ติดต่อทำเรื่องบำเหน็จตกทอด ที่กองบริการกำลังพล กรมเสมียนตรา ถ้าต่ำกว่าชั้นนายพลให้ทายาทไปติดต่อที่ต้นสังกัดของแต่ละคน เช่น ถ้าเป็นทหารบก ติดต่อที่ กรมสารบรรณทหารบก หรือหน่วยเบิกจ่ายเงินในจังหวัดนั้น ๆ ถ้าเป็นทหารเรือ ให้ทายาทไปติดต่อที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จข้าราชการกองทัพเรือ นอกประจำการ (One Stop Service) บริเวณชั้น ๑ ด้านทิศเหนือของอาคารกองบัญชาการ กองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน ถ้าเป็นทหารอากาศ ให้ทายาทไปติดต่อที่ศูนย์บริการกำลังพล แบบเบ็ดเสร็จ กรมกำลังพลอากาศ (One Stop Service) เมื่อกรมบัญชีกลางอนุมัติสั่งจ่ายเงิน บำเหน็จตกทอด ทายาทจะได้รับเงินตามสิทธิตามกฎหมาย ดังนี้
    1. บิดา - มารดา ให้ได้รับ 1 ส่วน 2. คู่สมรส ให้ได้รับ 1 ส่วน 3. บุตร 1 - 2 คน ให้ได้รับ 2 ส่วน - บุตร 3 คนขึ้นไป ให้ได้รับ 3 ส่วน

     
    การตรวจสอบและรับรองเวลาราชการตอนเป็นทหารต้องทำอย่างไรบ้าง
    - คำตอบ
       การตรวจสอบและรับรองเวลาราชการตอนเป็นทหาร จะต้องทำหนังสือจากต้นสังกัด ถึงกรมการเงินกลาโหม พร้อมกับแนบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเป็นทหารเช่น สด.3 สด.8 หรือ สข.7 (รายการรับเงินเดือน) กรมการเงินกลาโหมจะทำเรื่องส่งต่อไปถามยังต้นสังกัด ที่เคยสังกัดอยู่ เช่น กพ.ทบ. กพ.ทร. กพ.ทอ. เมื่อทางต้นสังกัดตอบกลับมา กรมการเงินกลาโหม จะดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานว่าถูกต้องหรือไม่ พร้อมจัดทำแบบบันทึกรับรองเวลา ราชการตอนเป็นทหาร (แบบ 5304) แล้วส่งกลับไปยังต้นสังกัด

     
    การขอเปลี่ยนแปลง ยศ ชื่อ – สกุล และที่อยู่
    - คำตอบ
       ผู้ที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลง ยศ ชื่อ – สกุล ที่อยู่ สามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงได้ โดยนำหลักฐานการเปลี่ยนแปลง มารดาเนินการที่กองเบี้ยหวัดบำเหน็จ บำนาญ กรมการเงินกลาโหม เพื่อที่จะได้ปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

     
    การขอเปลี่ยนแปลงบัญชีเงินฝากธนาคาร
    - คำตอบ
       ผู้ที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงบัญชีเงินฝากธนาคารที่รับเบี้ยหวัดบำนาญรายเดือน ให้นำสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารเล่มใหม่มาติดต่อแจ้งเปลี่ยนแปลงได้ที่กองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ โดยขอความกรุณาอย่าเพิ่งปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเล่มเดิม จนกว่าเงินเบี้ยหวัดบำนาญ จะโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารเล่มใหม่แล้ว

     
    การจัดทำบัตรประจำตัวผู้รับเงินเบี้ยหวัด บำนาญ ทำได้ที่ไหน
    - คำตอบ
       สำหรับผู้รับเงินทางสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กรมการเงินกลาโหมจะเป็นผู้จัดทำบัตรประจำตัวผู้รับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ โดยหลังจากที่เงินเบี้ยหวัดบำนาญเดือนแรกโอนเข้าบัญชี แล้ว สามารถมาติดต่อที่กองเบี้ยหวัดเพื่อทำบัตรได้ ซึ่งด้านหน้าบัตรแสดงจำนวนเงินบำนาญที่รับ เป็นรายเดือน และด้านหลังบัตร จะแสดงสถานที่ตั้งและเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อกองเบี้ย หวัดบำเหน็จบำนาญ กรมการเงินกลาโหม

     
    การแจ้งเสียชีวิต ของผู้รับเบี้ยหวัด บำนาญต้องทำอย่างไร
    - คำตอบ
       เมื่อผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ เสียชีวิต ให้ทายาทนำสำเนาใบมรณะบัตร มาแจ้งการเสียชีวิตที่ กองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ออกหนังสือรับรองการรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ให้แก่ทายาทนำไปดำเนินการต่อในเรื่องเงินช่วยพิเศษ และเงินบำเหน็จตกทอด และเงินค้างจ่าย อื่น ๆ ตามสังกัดที่ระบุในคำสั่ง และกองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ จะทำเรื่องงดเบิกเบี้ยหวัด บำนาญรายเดือน และคำนวณเงินเบี้ยหวัดบำนาญเพื่อให้ทายาทนำส่งคืนในส่วนที่รับเกินสิทธิไป

     
    เงินเบี้ยหวัดบำนาญในแต่ละเดือน จะเข้าบัญชีวันไหน
    - คำตอบ
       การจ่ายเงินเบี้ยหวัดบำนาญประจำเดือน ให้จ่ายในวันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของ เดือนห้าวันทำการ ซึ่งเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และ เงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

     
    การขอเปลี่ยนแปลงการคำนวณภาษี
    - คำตอบ
       หากท่านมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงสถานภาพ หรือแจ้งเปลี่ยนแปลงรายการ ค่าลดหย่อน เพื่อเพิ่มหรือลดยอดเงินภาษี หัก ณ ที่จ่าย สามารถมาดำเนินการได้ที่กองเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ โดยเจ้าหน้าที่กองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญจะปรับปรุงข้อมูลสถานภาพปัจจุบัน หรือรายการค่าลดหย่อน ผ่านระบบบำเหน็จบำนาญของกรมบัญชีกลาง ทั้งนี้กรมบัญชีกลางจะ คำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามข้อมูลในระบบและโอนเงินสุทธิหลังจากหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับบำนาญ โดยกองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ จะเป็นผู้ดำเนินการ จัดพิมพ์ และส่งให้ท่านทางไปรษณีย์ ตามที่อยู่ที่ผู้รับบำนาญแจ้งไว้

     
    ข้าราชการที่เกษียณอายุและอยู่ระหว่างรอการอนุมัติสั่งจ่ายเบี้ยหวัดบำนาญจาก กรมบัญชีกลางจะเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลอย่างไร
    - คำตอบ
       การเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลในระหว่างรอรับบำนาญ ข้าราชการที่เกษียณอายุ ราชการและอยู่ระหว่างรอการอนุมัติสั่งจ่ายเบี้ยหวัดบำนาญจากกรมบัญชีกลาง หากข้าราชการ หรือบุคคลในครอบครัวเจ็บป่วย และเข้ารักษาในสถานพยาบาลทั้งกรณีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ให้ข้าราชการหรือบุคคลในครอบครัวจ่ายเงินค่ารักษาดังกล่าวไปก่อน และเก็บใบเสร็จรับเงินไว้ เมื่อได้รับใบแนบหนังสืออนุมัติสั่งจ่ายเบี้ยหวัดบำนาญ และสถานภาพได้เปลี่ยนเป็นผู้รับเบี้ยหวัด บำนาญแล้ว จึงจะสามารถนำในเสร็จรับเงินดังกล่าวไปยื่นเบิกเพื่อขอรับเงินได้ ณ ส่วนราชการ ผู้เบิกบำนาญ อนึ่ง ข้าราชการที่ยื่นขอรับบำเหน็จ หรือลูกจ้างประจำที่ยื่นขอรับบำเหน็จหรือ บำเหน็จรายเดือน ไม่มีสิทธิเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล

     
    หากนายทะเบียนบุคลากรภาครัฐของหน่วยงานปรับปรุง แก้ไขข้อมูล และเปลี่ยน สถานะเป็น “ สมบูรณ์ “ แล้ว แต่เมื่อไปตรวจสอบข้อมูลที่โรงพยาบาล โรงพยาบาลแจ้งว่า ไม่มี สิทธิ์ เป็นเพราะเหตุใด
    - คำตอบ
       เนื่องจากกรมบัญชีกลาง มีการตัดรอบการส่งข้อมูลบุคลากรภาครัฐให้สถานพยาบาล ตรวจสอบสิทธิ 2 รอบต่อเดือน คือ ทุก ๆ 15 วัน ประมาณวันที่ 4 และ 18 ของเดือน ดังนั้น นายทะเบียน ฯ ต้นสังกัด จะต้องปรับปรุงข้อมูลรอบแรกก่อนวันที่ 15 แล้วสิทธิจะขึ้นในวันที่ 18 และรอบที่ 2 จะต้องปรับปรุงก่อนวันที่ 30 สิทธิจะขึ้นในวันที่ 4 ของเดือนถัดไป

     
    ลูกจ้างประจำหญิงเกษียณอายุราชการในปีนี้ หากสามีเป็นผู้รับบำนาญอยากทราบ ว่า ภายหลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว จะสามารถอาศัยสิทธิสามีในการเบิกจ่ายตรง ค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่
    - คำตอบ
       กรณีดังกล่าวลูกจ้างรายนี้ หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว สามารถอาศัยสิทธิเบิกค่า รักษาพยาบาลจ่ายตรงได้ในฐานะของคู่สมรสของสามี โดยสามีจะต้องติดต่อนายทะเบียนบุคลากร ภาครัฐของส่วนราชการต้นสังกัดให้จัดทำฐานข้อมูลจ่ายตรงให้กับภรรยา ซึ่งจะต้องเปลี่ยนอาชีพ เดิมในฐานข้อมูลจากลูกจ้างประจำ เป็น “ไม่ทำงาน” หรืออาชีพอื่น ๆ จากนั้นจะสามารถใช้สิทธิ จ่ายตรงได้ตามรอบในการประมวลผล คือ ทุกวันที่ 18 และ 4 ของเดือน

     
    ใบเสร็จรับเงินที่จะนำมาเบิกได้ มีอายุเท่าไร
    - คำตอบ
       โดยหลักระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการ รักษาพยาบาล พ.ศ.2538 ข้อ 9 ( 1 ) กรณีเข้ารับการรักษาสถานพยาบาลของทางราชการ ประเภทผู้ป่วยนอก หรือ เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเอกชน หรือกรณีใช้สิทธิส่วนที่ยังขาด อยู่ ให้ผู้มีสิทธิยื่นใบเบิกสวัสดิการรักษาพยาบาลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พร้อมหลักฐานการับเงิน (ใบเสร็จรับเงิน) ของสถานพยาบาลต่อผู้บังคับบัญชาภายใน 1 ปีนับถัดจากวันที่ปรากฏใน หลักฐานการรับเงิน ดังนั้นใบเสร็จรับเงินจึงมีอายุ 1 ปีนับแต่วันที่ออกใบเสร็จรับเงิน

     
1 | 2
สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม RSS Feeds Activity
Office of The Permanent Secretary for Defence Sanamchai Rd.,
Pranakorn, Bangkok 10200 Thailand, Tel. 0-2622-1972
( Contact Admin
Tel.0-2501-6660  admin.opsd@mod.go.th )
Copyright © 2010 Ministry of Defense. All rights reserved.
สถิติผู้เข้าชม
ipv6 ready